เมื่อพัสสะ (รับบทโดย โอ๊ต ภาสกร) ตื่นขึ้นมาหลังถูกณคุณ (รับบทโดย โบ๊ท ยงค์ยุทธ) กัดคอจนเกิดพันธะ พัสสะต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ทั้งความสับสน ความโกรธ และแรงดึงดูดที่ยากจะต้านทาน ขณะเดียวกัน ความลับเกี่ยวกับตัวตนของพัสสะก็ค่อย ๆ ถูกเปิดเผย จนทำให้ทั้งคู่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง และจำเป็นต้องใช้ชีวิตร่วมกันท่ามกลางความกดดันจากคนรอบข้าง โดยเฉพาะครอบครัวเทวฐิติรัตน์ที่ต่างมีมุมมองต่อความสัมพันธ์ครั้งนี้ไม่เหมือนกัน เมื่อความใกล้ชิดทำให้ความรู้สึกของทั้งคู่เริ่มเปลี่ยนแปลง ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากพันธะอันไม่เต็มใจจะพาพวกเขาไปสู่จุดไหน และอุปสรรคที่รออยู่จะส่งผลต่อ
พัสสะ (รับบทโดย โอ๊ต ภาสกร) ได้ช่วยงานณคุณ (รับบทโดย โบ๊ท ยงค์ยุทธ) จนพบความผิดปกติของงบซ่อมโกดัง ทำให้ณคุณเริ่มมองเห็นความสามารถและเปิดใจให้เขามากขึ้น แต่พัสสะกลับต้องเผชิญหน้ากับอมินตรา (รับบทโดย มิ้นท์ตี้ พลอยชยาภา) ที่ดูถูกการเป็นโอเมก้าซึ่งถูกณคุณสร้างพันธะ แม้ความสัมพันธ์ของทั้งสองจะค่อย ๆ พัฒนา แต่การใช้ชีวิตในบ้านเทวฐิติรัตน์กลับทำให้พัสสะรู้สึกเหมือนถูกจองจำ ทว่าระหว่างลงพื้นที่ตรวจโกดัง ทั้งคู่กลับต้องเผชิญเหตุไม่คาดฝันที่อาจเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง ขณะที่ณคุณเองก็ต้องรับมือกับปัญหาภายในตระกูลที่รอการสะสาง ท่ามกลางอุปสรรคและบททดสอบ ความสัมพันธ์ของพัสสะและณคุณค่อย ๆ ก้าวข้ามพันธะที่ถูกกำหนดด้วยสัญชาตญาณ สู่ความผูกพันที่เกิดจากความรู้สึกของหัวใจอย่างแท้จริง เรื่องราวจะดำเนินต่อไปอย่างไร
หลังจากที่พัสสะ (รับบทโดย โอ๊ต ภาสกร) และณคุณ (รับบทโดย โบ๊ท ยงค์ยุทธ) ก้าวข้ามเส้นบาง ๆ ของความใกล้ชิด ทั้งคู่เริ่มตระหนักว่าความรู้สึกที่มีต่อกันอาจลึกซึ้งเกินกว่าสัญชาตญาณ ขณะที่ณคิณ (รับบทโดย ธีม ภูเบศ) ตัดสินใจเดินหน้าจีบองศา (รับบทโดย ธีร์ ธีรวัฒน์) อย่างจริงจัง แม้อีกฝ่ายยังติดปมเรื่องการเป็นเบต้าและไม่กล้าเปิดใจ ด้านณคุณเดินทางไปโรงพักหลังจับคนของอมินตรา (รับบทโดย มิ้นท์ตี้ พลอยชยาภา) ได้ ก่อนพบเงื่อนงำสำคัญที่ชี้ว่ากิ่งหยกอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการส่งคนเข้าโกดัง แต่ระหว่างเดินทางกลับ ณคุณและศิลา (รับบทโดย รัน กัณต์ธีภพ) กลับถูกลอบยิงอย่างไม่ทันตั้งตัว และณคุณยอมเอาตัวเองเข้าปกป้องศิลาจนได้รับบาดเจ็บ
หลังจากที่ พัสสะ (รับบทโดย โอ๊ต ภาสกร) และ ณคุณ (รับบทโดย โบ๊ท ยงค์ยุทธ) เปิดใจและปรับความเข้าใจกัน ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็เริ่มแน่นแฟ้นขึ้น แต่เมื่อณคุณต้องเดินทางไปพบพาร์ทเนอร์ที่โรงแรมเพื่อเจรจางาน กลับทำให้พัสสะเข้าใจผิด คิดว่าอีกฝ่ายกลับไปหาอดีตคนรัก ด้วยความน้อยใจจึงหนีไปหา องศา (รับบทโดย ธีร์ ธีรวัฒน์) เพื่อระบายความในใจ ก่อนที่ณคุณจะรีบตามไปอธิบายความจริง และพยายามคลี่คลายความเข้าใจผิดที่เกิดขึ้น ขณะเดียวกัน ณคิณ (รับบทโดย ธีม ภูเบศ) ก็เริ่มเดินหน้าสานสัมพันธ์กับองศาอย่างจริงจังมากขึ้น ขณะที่ณเรศเริ่มสืบหาตัวเพียวโอเมก้า ที่เข้ารับการตรวจในโรงพยาบาล โดยไม่รู้เลยว่าบุคคลที่กำลังตามหาคือพัสสะ ความลับที่พัสสะพยายามปกปิดไว้จะถูกเปิดเผยหรือไม่ และการตามหาครั้งนี้จะส่งผลต่อความสัมพันธ์ของทุกคนอย่างไร
พัสสะ (รับบทโดย โอ๊ต ภาสกร) เริ่มถูกเปิดเผย จนทำให้เขาต้องกลับมาตั้งคำถามกับโชคชะตาของตัวเอง ขณะที่ ณคุณ (รับบทโดย โบ๊ท ยงค์ยุทธ) ยังคงอยู่เคียงข้างและดูแลพัสสะอย่างไม่ห่าง ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่กำลังจะเกิดขึ้น ด้านณเรศยังคงเดินหน้าตามหาเพียวโอเมก้า โดยไม่รู้ว่าคำตอบที่ตามหาอาจอยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด ขณะเดียวกัน ความสัมพันธ์ของ ณคิณ (รับบทโดย ธีม ภูเบศ อรรถอรุณวงศ์) และ องศา (รับบทโดย ธีร์ ธีรวัฒน์ ธนะคำ) ก็เริ่มขยับเข้าใกล้กันมากขึ้น พร้อมเสิร์ฟโมเมนต์ชวนใจสั่นที่แฟน ๆ ไม่ควรพลาด เรื่องราวจะดำเนินต่อไปอย่างไร
ณคิณ (รับบทโดย ธีม ภูเบศ อรรถอรุณวงศ์) และ องศา (รับบทโดย ธีร์ ธีรวัฒน์ ธนะคำ) ตัดสินใจคบกันอย่างเป็นทางการ แม้เรื่องสถานะและธรรมเนียมของตระกูลเทวฐิติรัตน์ยังคงเป็นอุปสรรค ขณะที่ ณคุณ (รับบทโดย โบ๊ท ยงค์ยุทธ) ยังคงดูแล พัสสะ (รับบทโดย โอ๊ต ภาสกร) อย่างใกล้ชิด ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่กำลังเกิดขึ้น แต่ความลับครั้งสำคัญกลับถูกเปิดเผย เมื่อณคุณและณคิณได้ล่วงรู้ตัวตนของ Pure Omega ซึ่งเป็นความจริงที่ณเรศกำลังตามหา และอาจกลายเป็นชนวนความขัดแย้งครั้งใหญ่ของครอบครัว ขณะเดียวกัน ณพิชญ์ (รับบทโดย เจมส์ ศุภวิชญ์) ต้องเผชิญเหตุการณ์ที่ทำให้ทั้งตระกูลสั่นคลอน เมื่อเขาตกเป็นผู้ต้องสงสัยจากหลักฐานบางอย่าง ด้านพัสสะเริ่มพบเบาะแสใหม่ที่อาจเชื่อมโยงไปถึง แสงเหนือ (รับบทโดย โฟล์ค จักริน) และเปิดทางสู่ความจริงเรื่องคนทรยศ เมื่อความลับเริ่มปิดไม่มิด และเบาะแสของคนทรยศกำลังปรากฏ
.
.
.
.
.